วันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บูชาองค์พระพิฆเนศ ด้วยขนมโมทะกะ และ ขนมลาดู

"ขนมโมทะกะ และ ขนมลาดู" คุณเคยได้ยินชื่อขนมชนิดนี้รึเปล่าคะ
เราก็เพิ่งจะเคยได้ยินนี่แหละค่ะ...ขนมทั้งสองชนิดนี้มีไว้สำหรับบูชาองค์พระพิฆเนศร์
พอดีวันนี้นั่งหาข้อมูลธุรกิจใหม่ๆ ที่น่าสนใจ...
ก็ได้มาพบกับเว็บไซต์ http://www.paraneeholysweet.com
ซึ่งเป็นเว็บของร้าน "ปารณีย์ โฮลี่สวีท" และได้ข้อมูลที่น่าสนใจมาก
มาติดตามอ่านกันเลยค่ะ...

ขนมโมทะกะ เป็นขนมทรงกลมยอดแหลม มีไส้ ทำจากข้าว และ มะพร้าว มีรสชาติหวาน

โดยทั่วไปแล้วขนมโมทะกะมี 2 ประเภท คือ ขนมโมทะกะคนยาก คือ ขนมที่ชาวบ้านผู้ยากจนแต่มีศรัทธาอย่างมาก ได้ทำถวาย โมทะกะคนยากนี้เรียกกันเล่นๆ เป็นที่รู้กันว่า "โมทะกะคนยาก" รสชาติจะออกรส ฝืดๆ ฝาดๆ เพราะเครื่องปรุงส่วนผสม เป็นไปตามฐานะของคนยากจนที่ทำถวาย

ส่วนอีกชนิดคือ โมทะกะเศรษฐี จะเป็นในทางตรงข้ามกันคือ ใส่ส่วนผสมอย่างดีที่สุด มากที่สุด เพื่อความปราณีตในการสักการะบูชา มีรสชาติหวาน หอม เพื่อให้ผลแห่งการสักการะบูชาเป็นไปโดยสมบูรณ์

บางท่านอาจจะได้เคยเห็นภาพขนมโมทะกะ ยอดแหลม มีสีขาวบริสุทธิ์ นั้นคือขนมโมทะกะ แบบเดียวกับเรานี้ แต่นำไปนึ่ง เรียกว่า "โมทะกะนึ่ง" หลังจากนึ่งออกจากเตาแล้ว ก็จัดใส่ภาชนะถวายบูชาในทันที


ขนมลาดู หรือ ออกเสียงได้ว่า ลัดดู , ลาดูฟ
เป็นขนมทรงกลม ทำจากแป้งถั่วชนิดพิเศษ

ในพระหัตถ์ขององค์พระพิฆเณศมหาเทพ จะทรงถือถ้วยขนมอยู่ตลอดเวลา ขนมนั้นคือ ขนมลาดู (ถ้ามียอดแหลม คือขนมโมทะกะ) เป็นขนมที่องค์พระพิฆเณศโปรดปรานที่สุด เหนือกว่าของบูชาใดๆ องค์พระพิฆเณศเองยังได้ประกาศพรไว้ด้วยว่า ถ้าผู้ใดถวายบูชาสักการะพระองค์ด้วยขนมลาดู และ ขนมโมทะกะ ความปราถนาใดๆ ของผู้นั้น พระองค์จะบันดาลความสำเร็จให้ผู้นั้น


ตำนานอัศจรรย์จากการถวายขนมโมทะกะ

ในสมัยอินเดียโบราณมีพี่น้องสองคน คนน้องเป็นผู้มีฐานะจน คนพี่ได้สามีเป็นชายผู้มีฐานะร่ำรวย อยู่กินแบบสุขสบาย คนน้องทำงานใช้แรงกายแรงงานเข้าแลกทรัพย์ ไปวันๆ ส่วนคนพี่ ก็ทำงานช่วยสามีตน แต่ก็ไม่ได้ยากลำบากเหมือนคนน้องเลย

คนน้องนั้นมีความเคารพศรัทธาในองค์พระพิฆเณศมหาเทพมาก เป็นศรัทธาที่มาจากใจจริงๆ ไม่ใช่ศรัทธาแบบผู้ขออ้อนวอน หรือ ศรัทธาแบบผู้แลกเปลี่ยนที่ว่าต้องได้สิ่งนี้จึงจะทำสิ่งนั้นสิ่งโน้นให้องค์ เทพเป็นการตอบแทน

วันหนึ่งคนน้องผู้ยากได้สะสมรวบรวมทรัพย์ที่หามาได้อย่างยากลำบาก ไปซื้อวัตถุดิบจากร้านเพื่อที่จะทำขนมโมทะกะถวายองค์พระพิฆเณศ แต่ถึงแม้จะสะสมทรัพย์ไว้ได้จำนวนหนึ่งแล้ว ก็ยังเรียกได้ว่า เล็กน้อยเหลือเกิน ที่จะทำขนมโมทะกะ ตามสูตรเครื่องขนมที่สมบูรณ์ได้ คนน้องได้ใช้เงินทั้งหมดเฉลี่ยซื้อ แป้ง น้ำตา และวัตถุดิบทั้งหลายให้ครบจำนวน แต่สิ่งของทั้งหลายที่เงินจำนวนน้อยนิดแลกมาได้นั้น ล้วนเป็นวัตถุดิบชั้นเลวทั้งสิ้น

เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว นางคนน้องผู้ยากก็ได้ทำขนมขึ้นมาอย่างตั้งอกตั้งใจ แม้เครื่องทั้งหมดนั้นจะมีอยู่อย่างละนิดละหน่อยก็ตาม นางก็ได้ทำขนมขึ้นเสร็จและจุดประทีป และเริ่มทำพิธีบูชาและถวายขนมนั้นแด่องค์พระพิฆเณศมหาเทพ

ครั้นในเวลาเช้า ปรากฏเรื่องอันน่าอัศจรรย์ เมื่อนางตื่นนอนและจะเข้าไปกราบบูชา ณ องค์เทวรูปพระพิฆเณศที่นั้น นางก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่า ขนมที่นางถวายนั้น หายไปแล้ว ไม่มีร่องรอยใดๆ ของก้อนขนมโมทะกะ ที่นางถวายเลย แต่พื้นที่รายรอบทั้งหมดนั้น กลับปรากฏขนมโมทะกะ จำนวนมาก มีรูปทรงลักษณะเดียวกันกับที่นางทำถวาย แตกต่างกันตรงที่ว่าบรรดาขนมที่กระจายอยู่เต็มพื้น เต็มบ้าน จนแทบจะหาที่เดินไม่ได้นั้น "เป็นทองคำแท้ ทุกก้อน" สิ่งนี้นำความปลาบปลื้มแก่นางมาก นางได้ รับรู้แล้วว่า องค์พระพิฆเณศมีอยู่จริง และ ให้พรอันประเสริฐแก่นางผู้มีศรัทธา ไม่สั่นคลอนแก่นางแล้ว

ในเวลาต่อมา คนพี่ผู้ได้สามีมีทรัพย์มาก ก็มาเรียกหา เมื่อพบว่าคนน้องไม่ได้ออกไปทำการทำงาน ค้าขายแรงงานเหมือนแต่ก่อน คนน้องผู้ใจซื่อก็บอกกล่าวกับผู้พี่ตรงๆว่า เกิดพรอันประเสริฐอะไรกับตัวเอง ผู้พี่ได้ยินดังนั้น ก็รีบกลับไปบ้านและเตรียมข้าวของวัตถุดิบที่จะทำขนมโมทะกะขึ้นมาถวายเหมือน กัน โดยนางได้ใช้ส่วนผสม เหมือนกับคนน้องทุกประการ แต่การใช้ส่วนผสมในลักษณะนี้ไม่ใช่เพราะตัวเองจน ไม่มีเงินทองที่จะซื้อหาวัตถุดิบอย่างดีเหมือนคนน้อง แต่เป็นเพราะความตระหนี่ถี่เหนียว และ ความคิดที่ว่า หากองค์คเณศมหาเทพ ไม่ได้รับของถวายของเธอจริง เธอคงไม่ต้องเสียทรัพย์สิ้นเปลืองมาก จากการทำขนมนี้ นางจึงใช้แป้ง น้ำตาล และวัตถุอื่นๆ อย่างเลวๆ แบบที่คนน้องทำ ทำเสร็จก็ถวายบูชาไปพอเป็นพิธี

ในเช้าวันรุ่งขึ้น อัศจรรย์ก็ปรากฏแก่นางอีก เมื่อโมทะกะที่นางถวายนั้น หายไปเช่นเดียวกับน้องสาวตน และมีโมทะกะใหม่มาแทนที่เช่นเดียวกับน้องสาวตนอีกเช่นกัน โมทะกะใหม่ทุกก้อนเป็นสีทองอร่าม ยังความปลาบปลื้มให้กับนางมาก นางรีบตรงเข้าไปกอบโมทะกะสีทองเหล่านั้นไว้ในอ้อมกอด แต่แล้วนางก็ต้องโยนโมทะกะนั้นทุกก้อนกลับลงไปสู่พื้น เพราะโมทะกะสีทองทุกก่อนนั้น เป็นอุจจาระ ไปเสียทั้งหมด มีเพียงสีที่เป็นทองคำ แต่กลิ่นที่ขจรขจายออกมานั้น บ่งชัดว่านี้คืออุจจาระแน่นอน

และตั้งแต่วันนั้นมา ความเสื่อมจากทรัพย์ก็บังเกิดมีกับบ้านของคนพี่ผู้ตระหนี่ ไร้ศรัทธา ความเจริญนั้นเล่าก็ได้ไปสร้างความสุข ความอยู่สบายแก่คนน้องผู้้ยาก มีศรัทธามากผู้นั้น


ถ้าหากคุณพยายามคิดให้ต่างจากที่คุณเห็น...คุณก็จะสามารถสร้างธุรกิจสำหรับตัวเองขึ้นมาได้ไม่ยากเลยเหมือนกับเจ้าของธุรกิจขนมโมทะกะ ซึ่งเห็นโอกาสที่จะสร้างธุรกิจจากความศรัทธาและความเชื่อต่อองค์พระพิฆเณศ ซึ่งจริงๆ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเชื่อความศรัทธานี่เราก็พบกันได้เยอะมาก แต่จะทำอย่างไรเราจะประยุกต์สิ่งเหล่านั้นให้เหมาะกับความถนัดของตัวเองได้ คุณลองไปนั่งคิดดูว่าคุณถนัดที่จะทำอะไร แล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณศรัทธาด้วยใจจริงๆ ตอนนี้คืออะไร ลองจับเอามารวมกัน คุณก็จะสามารถสร้างธุรกิจที่เหมาะกับตัวเองได้เช่นกัน โชคดีค่ะ

แต่หากใครที่้ต้องการจะร่วมธุรกิจกับร้านปารณีย์ โฮลี่สวีท
ทางร้านก็เปิดให้เข้าร่วมในระบบแฟรนไชส์ด้วยค่ะ
สนใจก็ลองโทรไปสอบถามที่ (089) 769-4220, (087) 683-3358, (086) 784-1824
หรือไปตามลิงค์นี้ได้เลย http://www.paraneeholysweet.com/

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 

Reader

Followers